เช็คข้อมูลสินค้า

สินค้าไหนมาแรง สินค้าไหนมาเด่น ติดตามและเช็คข้อมูลการบริการและสินค้าต่าง ๆ ได้เลยที่นี่

เกมบนมือถือมีกลิ่นด้วย

Pop Secret เจ้าของแบรนด์ข้าวโพดชื่อดังเปิดตัวเกม iOS เกมแรกของโลกที่มาพร้อมกับตัวปล่อยกลิ่นข้าวโพดคั่วขณะเล่นได้

การ ที่แบรนด์สินค้าต่างๆ พากันออกเกมบนสมาร์ทโฟนเพื่อเป็นเครื่องมือทางการตลาดได้กลายเป็นเรื่องปกติ ไปแล้ว ล่าสุดทาง Pop Secret ผู้ผลิตเมล็ดข้าวโพดสำหรับอบในตู้ไมโครเวฟได้ออกเกมใหม่มีชื่อว่า Poptopia โดยใช้กลยุทธ์แบบเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้ Pop Secret ก้าวเหนือแบรนด์อื่นๆ ขึ้นไปอีกขั้นก็คือ เขาสร้างอุปกรณ์สำหรับเสียบกับช่องหูฟังของมือถือที่มีชื่อว่า Pop Dongle เอามาใช้งานร่วมกัน

Pop Dongle ออกแบบโดยสตูดิโอ Deeplocal ที่ขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรม เพียงแค่เสียบเจ้านี้กับช่องหูฟังของไอโฟน มันก็จะส่งกลิ่นหอมๆ ของข้าวโพดคั่วออกมาขณะเล่นเกม ด้านในเค้าใส่น้ำหอมกลิ่นข้าวโพดคั่วเอาไว้สามารถพ่นกลิ่นออกมาได้ตั้งแต่ 500 –  1,000 ครั้ง ซึ่ง Pop Secret บอกว่านี่คือเกมบนมือถือที่ส่งกลิ่นได้เกมแรกของโลก การเล่นเกมจะเป็นการดันเม็ดข้าวโพดให้เข้าปากค่ะ แต่ต้องเปลี่ยนมันให้เป็นข้าวโพดคั่วซะก่อน

ตัว เกมนะโหลดเล่นฟรีได้ใน App store แต่ Pop Dongle ต้องไปหาประมูลจาก eBay เท่านั้น รายได้จะนำไปสมทบทุนกาชาดสากลค่ะ ถ้าใครอยากหาวิธีใกล้เคียงก็ไปซื้อข้าวโพด Pop secret มาอบในไมโครเวฟขณะเล่นก็พอจะแทนกันได้ค่ะ

การพิจารณาในการเลือกฟิล์มกรองแสง


40%, 60%, 80% ความเข้าใจผิดที่แก้ไขยากสำหรับวงการฟิล์มกรองแสงสืบเนื่องจากในยุคแรกๆ ฟิล์มกรองแสงมีไม่กี่ชนิดและมีไม่กี่ระดับความเข้ม โดยมาตรฐานตอนนั้นจะมีเบอร์ที่เป็นมาตรฐานสากลคือ เบอร์ 5, 20, 50 ซึ่งตามมาตรฐานแล้วเบอร์ฟิล์มจะบ่งบอกถึงประมาณการณ์ของค่าแสงส่องผ่าน (Visible Light Transmittance) เช่น ฟิล์มรหัส xx 05 จะหมายถึงฟิล์มกรองแสงเบอร์นี้แสงสามารถส่องผ่านได้ประมาณ 5% คือฟิล์มมีความเข้ม 95% บ้านเราเห็นมันเข้มหรือทึบสุดเลยเรียกว่าฟิล์ม 80%, ฟิล์มเบอร์ xx 20 หมายถึงฟิล์มเบอร์นี้ แสงสามารถส่องผ่านได้ประมาณ 20% หรือฟิล์มเข้ม 80% บ้านเราเรียกฟิล์มเบอร์นี้ว่าฟิล์ม 60%, ฟิล์มเบอร์ xx 50 หมายถึงฟิล์มเบอร์นี้ แสงสามารถส่องผ่านได้ประมาณ 50% หรือฟิล์มเข้ม 50% บ้านเราเรียกฟิล์ม 40% นี่แหละความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น

ดังนั้นการพิจารณาในการเลือกฟิล์มกรองแสงจากคุณสมบัติในการลดความร้อนนั้น สามารถใช้หลอดไฟในการเปรียบเทียบได้ คือให้รู้ว่าฟิล์มตัวไหนสามารถลดรังสีอินฟราเรดได้ดีกว่ากัน(ควรจะเทียบใน ระดับฟิล์มที่มีความเข้มระดับเดียวกันหรือใกล้เคียง) ก็จะได้รู้ว่าฟิล์มกรองแสงตัวไหนสามารถลดความร้อนได้ดีกว่า ย้ำนะว่าให้เทียบในระดับความเข้มเดียวกัน แต่ก็อย่าคาดหวังว่าจะลดความร้อนได้ดีอย่างที่เรารู้สึก เพราะดวงอาทิตย์มีส่วนประกอบของความร้อนอย่างอื่นประกอบด้วย ถ้าจะเอาค่าการลดความร้อนรวม (Total Solar Energy Rejected หรือ TSER) ก็ลองแวะร้านค้าตัวแทนจำหน่ายฟิล์มกรองแสงอย่างเป็นทางการไว้ให้ทดสอบดังนั้นการเลือกฟิล์มกรองแสงก็ควรที่จะดูเรื่องโครงสร้างสินค้าราคาและการลดความ ร้อนรวมจากแสงแดดเป็นตัวประกอบด้วย จะได้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป